6 วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟ ที่ปลอดภัยสำหรับคนในบ้าน

6 วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟ ที่ปลอดภัยสำหรับคนในบ้าน

บ้าน เป็นสัญลักษณ์ของความอบอุ่นและความปลอดภัย สำหรับคนในครอบครัว ฉะนั้นบ้านของเราควรมีความปลอดภัยที่สูง อันนี้เรื่องของสิ่งแวดล้อมข้างนอกบ้าน และความปลอดภัยภายในบ้าน โดยเฉพาะกับเหล่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความอันตรายสูง เราควรที่จะเลือกซื้อสิ่งที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด ซึ่งเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ นั่นก็คือปลั๊กไฟ การเลือกซื้อปลั๊กไฟบ้านที่ดี มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยนั้น เป็นสิ่งที่เราควรใส่ใจ ซึ่งปลั๊กไฟในปัจจุบันนั้นมีออกมาหลากหลายรูปแบบ เราควรรู้จักวิธีการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีคุณภาพ 6 วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟ ที่ปลอดภัยสำหรับคนในบ้าน  ช่วยให้เราเลือกซื้อปลั๊กไฟบ้านที่มีคุณภาพ เพื่อความปลอดภัยของคนในบ้าน

วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟ ให้ปลอดภัยสำหรับคนในบ้าน

1. ตรวจเช็คเครื่องหมายรับรอง

ขั้นตอนแรกในการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่ถูกวิธี นั่นก็คือ การตรวจเช็คเครื่องหมายรับรองของปลั๊กไฟบ้าน ซึ่งการตรวจเช็คนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่เราควรจะทำเพื่อความปลอดภัยในอนาคต ซึ่งในปัจจุบันนั้นเราควรเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ รางปลั๊กไฟมาตรฐาน มอก. ซึ่งเป็นข้อกำหนดของมาตรฐานชุดสายพ่วง มอก. 2432 – 2555 ที่ได้กำหนดให้สายไฟฟ้าที่ใช้ต้องเป็นไปตาม มอก.11-2553 ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับ ส่วนเต้าเสียบและเต้ารับต้องเป็นไปตาม มอก.166-2547 ซึ่งก่อนการซื้อทุกครั้ง ผู้ซื้อควรตรวจสอบให้ชัดว่าปลั๊กไฟที่เราซื้อนั้นมีสัญลักษณ์ มอก. หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน และเพื่อความปลอดภัยของคนในบ้าน

วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟ ที่ปลอดภัยสำหรับคนในบ้าน - ตรวจเช็คเครื่องหมายรับรอง

2. เลือกความยาวที่เหมาะสม

ควรเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีความยาวพอดีเหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน หรือในห้อง ๆ นั้น ซึ่งทางที่ดีนั้น เราควรจะวัดระยะความยาวของบริเวณห้อง ว่าเราจะใช้ปลั๊กไฟความยาวเท่าไหร่ และควรเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีความยาวเท่านั้น  การซื้อปลั๊กไฟที่มีความยาวมากเกินไป หรือสั้นเกินไป อาจจะทำให้การใช้งานไม่สะดวก เช่น ปลั๊กไฟที่สั้นเกินไป อาจจะทำให้เราไม่สามารถใช้งานได้ หรืออาจจะต้องเพิ่มปลั๊กไฟ ซึ่งนั่นก็เป็นอันตรายมาก

ส่วนการใช้ปลั๊กไฟที่สายยาวเกินไป อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับคนในบ้าน เช่น อาจจะสะดุดล้มสายไฟที่กองอยู่ได้ และอาจจะทำให้การเคลื่อนย้ายปลั๊กไฟนั้นลำบาก และเมื่อมีสายกองอยู่มาก ๆ จะทำให้บ้านของเราดูไม่สวยงามได้เช่นกัน

วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟ ที่ปลอดภัยสำหรับคนในบ้าน - เลือกความยาวที่เหมาะสม

3. เลือกเต้ารับ และม่านนิรภัยให้ปลอดภัย

ขั้นตอนในการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่ถูกต้องและปลอดภัย ขั้นตอนต่อมา คือ การเลือกเต้ารับ และม่านนิรภัยให้ปลอดภัย  ในปัจจุบันนั้นปลั๊กไฟมีให้เลือกหลายวัสดุและหลายรูปแบบ ดังนั้น เราควรจะคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก การเลือกปลั๊กไฟที่ดีต้องดูที่ เต้ารับว่าเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงหรือไม่ ทนความร้อนได้หรือไม่ และไม่ควรเลือกใช้ปลั๊กไฟที่มีราคาถูก เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ สำหรับครอบครัวไหนที่มีเด็กเล็ก ๆ นั้น การเลือกซื้อปลั๊กไฟควรพิจารณาดูที่ม่านนิรภัยด้วย เพื่อป้องกันอันตรายจากการแหย่นิ้วของเด็ก ๆ

อีกหนึ่งสำคัญสำหรับการซื้อปลั๊กไฟที่ปลอดภัย การเลือกสวิตซ์เปิด – ปิดไฟ ในปัจจุบันนั้น มีให้เลือกทั้งแบบแยกและแบบรวม ซึ่งแต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกัน เช่น ถ้าเราใช้ในบ้านควรซื้อสวิตช์ไฟแบบรวม เพราะเราใช้ไฟไม่เยอะ และได้ใช้งานบ่อย ๆ หากในที่ทำงาน หรือที่ที่มีการใช้คอมพิวเตอร์ แนะนำให้ใช้สวิตช์แบบแยก เพราะจะทำให้ปลอดภัยกว่า และยังช่วยประหยัดค่าไฟได้กล้วย

ดังนั้น เมื่อเลือกซื้อปลั๊กไฟต้องพิจารณาให้ดี ทั้งเต้ารับ ม่านนิรภัย และสวิตซ์เปิด – ปิดไฟ ว่าได้มาตรฐานหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของคนในบ้าน

วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟ ที่ปลอดภัยสำหรับคนในบ้าน - เลือกเต้ารับ และม่านนิรภัยให้ปลอดภัย

4. เช็คระบบตัดไฟ หรือ circuit Breaker

สิ่งที่จำเป็นอย่างมาก และเป็นจุดสำคัญในการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่ได้คุณภาพ และมีความปลอดภัยสูงก็คือ การเลือกปลั๊กไฟที่มี ระบบตัดไฟ หรือ circuit Breaker ซึ่งในปลั๊กไฟที่ราคาถูกนั้น ส่วนมากจะไม่มีระบบตัดไฟ เมื่อมีการใช้กระแสไฟที่มากขึ้น อาจจะทำให้เกิดความร้อนสะสม และสร้างความเสียหายต่อสายไฟและปลั๊กไฟได้ เพราะตัวปลั๊กไฟเองรับกระแสไฟฟ้าไม่ไหว

ดังนั้น เมื่อเราจะซื้อปลั๊กไฟควรเลือกดูระบบตัดไฟให้ดี ซึ่งในปัจจุบันมีการแนะนำให้เลือกสายไฟที่มี circuit Breaker  มากกว่าแบบฟิวส์ เพราะสามารถตัดไฟได้ดีกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าลัดวงจร หรือกระแสไฟฟ้าที่มากเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายน้อยกว่า และปลอดภัยกว่า

วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟที่ปลอดภัย - เช็คระบบตัดไฟ หรือ circuit Breaker

5. เช็คการรับประกันสินค้า

ในการซื้อสินค้าทุก ๆ อย่าง สิ่งที่เราจำเป็นจะต้องรู้นั่นก็คือ การรับประกันสินค้า การเลือกซื้อปลั๊กไฟเองก็เช่นเดียวกัน เราจะต้องรู้ว่าการรับประกันสินค้าปลั๊กไฟที่เราซื้อนั้น มีระยะเวลาเท่าไหร่ ซึ่งช่วงระยะเวลาต่ำสุดของบางบริษัทจะอยู่ที่ 1 ปี บางบริษัทอาจจะรับประกันสูงสุดถึง 10 ปี ซึ่งนั่นก็แล้วแต่รุ่น และแบรนด์ที่คุณเลือก เพราะการมีประกันสินค้านั้น เมื่อปลั๊กไฟเราใช้งานไม่ได้ หรือเกิดปัญหา เราก็สามารถที่จะแจ้งเคลมสินค้านั้นได้ และสามารถเปลี่ยนเป็นสินค้าตัวใหม่ทดแทนได้ในกรณีที่เราเพิ่งซื้อมา และเพิ่งใช้งาน ดังนั้น ควรเลือกดูการรับประกันสินค้าในแต่ละแบรนด์ ว่าควรซื้อปลั๊กไฟแบรนด์ ไหนและรุ่นไหน เพื่อความสะดวกของตัวคุณเอง

วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟที่ปลอดภัย - เช็คการรับประกันสินค้า

6. เลือกฟังก์ชันเสริมพิเศษกับช่อง USB

ในปัจจุบันสินค้าหลาย ๆ อย่าง ได้พัฒนา โดยมีการนำเอานวัตกรรมใหม่ ๆ หรือฟังก์ชั่นใหม่ ๆ เข้ามาดึงดูดผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกันกับ ปลั๊กไฟ ที่ในปัจจุบันนั้นหลาย ๆ แบรนด์ก็มีฟังก์ชันเสริมพิเศษ นั่นก็คือ ช่อง USB  ที่สามารถเสียบชาร์จโทรศัพท์ได้ทันที โดยไม่ต้องใช้หัวชาร์จ เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้งานของคนในยุคปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความสะดวกสบายมากขึ้น เมื่อต้องพกปลั๊กไฟไปข้างนอก ในบางแบรนด์นั้น ก็จะมีช่องเสียบ USB แถมมา 1 ช่อง บางแบรนด์อาจจะมากถึง 3 ช่องเลยก็มี ซึ่งเราสามารถเลือกซื้อตามความสะดวกในการใช้งานของเราได้เลย ถือเป็นฟังก์ชันที่ออกแบบมาเพื่อคนรุ่นใหม่จริง ๆ

วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟที่ปลอดภัย - เลือกฟังก์ชันเสริมพิเศษกับช่อง USB

ความปลอดภัยภายในบ้าน เป็นสิ่งที่สำคัญที่เราควรคำนึงถึง โดยเฉพาะกับพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ปลั๊กไฟ ที่เราใช้กันมากมายภายในบ้าน ซึ่งแน่นอนว่าหลาย ๆ บ้านนั้น มีปลั๊กไฟมากกว่า 1 อัน ดังนั้น ควรใส่ใจในการเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีคุณภาพ ผ่านมาตรฐานมอก. และมีความปลอดภัยสูง ซึ่งปลั๊กไฟในปัจจุบันนั้น ก็มีหลากหลายแบรนด์ให้ได้เลือกซื้อ อีกทั้งยังมีหลากหลายรุ่นที่มีฟังก์ชั่นที่แตกต่างกัน การลงทุนกับปลั๊กไฟนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะปลั๊กไฟอยู่ใกล้กับคนในบ้านมากที่สุด ทั้งใช้ชาร์จโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ดูทีวี ดังนั้น 6 วิธีเลือกซื้อปลั๊กไฟ ที่ปลอดภัยสำหรับคนในบ้าน เป็นทางเลือกสำหรับคนที่กำลังเลือกซื้อปลั๊กไฟ ว่ามีวิธีเลือกเช่นไรให้ได้ปลั๊กไฟที่ดี

ซึ่ง บ้าน ถือว่าเป็นที่อยู่อาศัย และเป็นสถานที่สำคัญของเราทุกคน จึงควรที่จะดูแลบ้านให้ดี รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในบ้านด้วย โดยเรามี วิธีดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น ที่จะเป็นแนวทางให้คุณดูแลของใช้ภายในบ้านของคุณได้ดี และปลอดภัยยิ่งขึ้น

นอกจากจะรู้แลข้างของเครื่องใช้ภายในบ้านให้ดีแล้ว เรื่องความสะอาดก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน โโยเฉพาะขยะภายในบ้าน ที่ต้องคอยกำจัดออกไป อย่าง 4 วิธีง่าย ๆ ช่วยลดขยะอาหารภายในบ้าน เพื่อจะช่วยให้บ้านน่าอยู่ และลดการสะสมของเชื้อโรคด้วย