4 วิธีง่ายๆ ช่วยลดขยะอาหารภายในบ้าน

4 วิธีง่าย ๆ ช่วยลดขยะอาหารภายในบ้าน

การทำอาหารหรือรับประทานอาหารในบ้านเป็นเรื่องปกที่ทุกคนทำกันอยู่แล้ว แต่หากคุณทำอาหารแล้วรับประทานอาหารเหล่านั้นไม่หมด มันก็จะเกิดเป็นขยะอาหาร และยังส่งกลิ่นเหม็นภายในบ้านห้องครัวหรือบ้านของคุณอีกด้วย นอกจากนี้ระหว่างกระบวนการย่อยสลายขยะอาหารจะผลิตก๊าซมีเทนออกมา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุของภาวะเรือนกระจกหรือทำให้โลกของเราร้อนขึ้นนั่นเอง ดังนั้นวันนี้ isaacoye จึงได้รวบรวม 4 วิธีง่าย ๆ ช่วยลดขยะอาหารภายในบ้าน มาฝากทุกคน เพื่อที่เราจะช่วยกันลดขยะ และทำให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้น ส่วนจะมีวิธีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

4 วิธีง่ายๆ ช่วยลดขยะอาหารภายในบ้าน

1. วางแผนจ่ายตลาดให้พอดี

เริ่มกันที่วิธีแรกด้วยการวางแผนการจ่ายตลาดให้พอดีหรือเพียงพอต่อความต้องการของจำนวนสมาชิกในครอบครัว โดยไม่ต้องซื้อมาเผื่อหรือซื้อมาเก็บไว้เป็นจำนวนมาก เพราะอาจจะทำให้วัตถุดิบเหล่านั้นเน่าเสียได้ ซึ่งสามารถทำได้โดยเราขอแนะนำให้คุณวางแผนเมนูอาหารที่จะทำในแต่ละสัปดาห์ แล้วเช็ควัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีอยู่แล้ว จากนั้นจึงลิสต์รายการและปริมาณที่ต้องซื้อเพิ่มประจำวันหรือสัปดาห์เอาไว้ โดยการวางแผนเช่นนี้จะสามารถช่วยป้องกันการซื้อของเกินความจำเป็นและลดปริมาณอาหารที่เหลือจากการบริโภค หรืออาหารที่หมดอายุได้ และควรนำถุงผ้าไปใส่อาหารหรือวัตถุดิบเหล่านั้น เพื่อเป็นการช่วยลดการใช้พลาสติกต่าง ๆ ด้วย

เรียกได้ว่าวิธีแรกก็เป็นวิธีที่ง่ายกันสุด ๆ ซึ่งใคร ๆ ก็สามารถทำได้ และเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก ๆ ในการเลือกซื้อวัตถุดิบต่าง ๆ เข้าบ้าน นอกจากจะช่วยลดขยะอาหารภายในบ้านแล้ว ยังช่วยเราประหยัดเงินในกระเป๋าได้ด้วย เป็นที่วิธีที่คุ้มค่ามาก ๆ เลย

วางแผนจ่ายตลาดให้พอดี

2. อ่านฉลากวันหมดอายุให้เข้าใจ

อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยจัดการกับวัตถุดิบต่าง ๆ ได้ดี ด้วยการอ่านฉลากวันหมดอายุของสินค้า และทำความเข้าใจวิธีการเก็บรักษาที่เหมาะสมจากคำแนะนำที่เขียนไว้ในฉลาก ซึ่งการที่เรารู้วันหมดอายุจะเป็นสิ่งที่จะช่วยยืดอายุอาหารออกไปได้ รวมไปถึงการรู้กำหนดวันที่ระบุไว้ชัดเจน และสัญลักษณ์หรือตัวย่อต่าง ๆ บนฉลากก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน โดยตัวย่อบนฉลากอาหารที่เราควรรู้ไว้ มีดังนี้

– MFG / MFD (Manufactured ate) คือ วันที่ผลิตอาหาร

– MFD (Expiration date), EXP (Expiry date) คือ วันหมดอายุ ไม่สามารถกินได้หลังจากวันที่ระบุไว้ อาหารอาจเน่าเสียหรือบูด

– BB / BBE (Best before / Best before end) คือ ควรบริโภคก่อนวันที่ระบุ แต่แม้จะเลยวันที่กำหนดแล้ว ก็ยัง สามารถบริโภคได้ต่อ โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพียงแต่คุณค่าทางโภชนาการ หรือคุณภาพอาหารอาจลดลง เช่น เนื้อสัมผัส สี ความหนืด เป็นต้น

ซึ่งการที่เรารู้ถึงตัวย่อหรือคำแนะนำต่าง ๆ บนฉลากนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์กับการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์และอาหารของเราเป็นอย่างมาก เพื่อที่จะไม่ก่อให้เกิดเป็นขยะในภายหลัง เมื่อเราไม่ได้อ่านฉลาก แล้วซื้อมาเก็บไว้ ถ้ามันหมดอายุขึ้นมาแล้วเผลอกินเข้าไปก็จะเป็นผลเสียกับตัวเราได้ รวมทั้งเมื่อหมดอายุก็จะกลายเป็นขยะอาหารมากมายจากที่เราซื้อมาเก็บไว้นั่นเอง

อ่านฉลากวันหมดอายุให้เข้าใจ

3. จัดเก็บให้ถูกที่ ช่วยยืดอายุอาหาร

สำหรับการจัดระเบียบอาหารให้วางอยู่ถุกที่จะช่วยทำให้คุณสามารถหยิบจับได้ง่ายขึ้น และยังสามารถช่วยยืดอายุอาหารออกไปด้วย ซึ่งการจัดระเบียบอาหารให้เรียบร้อยเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำอย่างมาก เพราะอาหารแต่ละประเภทนั้นมีระยะเวลาวันหมดอายุไม่เท่ากันแน่นอน รวมทั้งหากนำมาจัดเก็ยรวม ๆ กัน ก็อาจจะทำให้กลิ่นตีกัน แล้วส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ โดยเราสามารถแยกประเภทอาหารต่าง ๆ ได้ดังนี้

– เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ตัดแต่งหรือแบ่ง แยกเก็บในภาชนะที่สะอาด เช่น กล่องหรือใส่ถุงซิปล็อก แช่ในช่องฟรีซ

– นม โยเกิร์ต กะทิ เก็บไว้ชั้นบนสุดใต้ช่องฟรีซ อุณหภูมิเย็นจัดคงที่เหมาะกับอาหารที่เสียง่าย

– ไข่ เนย ซอส ไม่ต้องการความเย็นมาก ใส่ตะกร้าหรือกล่องให้เป็นสัดส่วน สามารถเก็บไว้ในตู้เย็นฝั่งบานประตู

– ผัก ผลไม้ ใส่ถุงใสเจาะรูให้อากาศถ่ายเท เก็บในช่องแช่ผักช่วยรักษาความสด

– ถั่ว ธัญพืชต่างๆ ควรตากให้แห้งสนิท แล้วเก็บในภาชนะที่สะอาด ไม่อับชื้น

– กระเทียม หอมแดง ผึ่งหรือแขวนไว้ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเท

– อาหารแห้ง เก็บในภาชนะที่สะอาด มีฝาปิดมิดชิดเป็นสัดส่วน ไม่วางทับปนเปกัน เพื่อป้องกันแมลงมารบกวน

จัดเก็บให้ถูกที่ ช่วยยืดอายุอาหาร

นอกจากนี้การเก็บอาหารให้เป็นระเบียบแล้ว เราก็ควรที่จะทำความสะอาดตู้เย็นหรือตู้เก็บอาหารอยู่เป็นประจำด้วย โดยการทำความสะอาดตู้เย็นสามารถทำได้โดยการนำน้ำเปล่าผสมใช้เบกกิงโซดาหรือน้ำยาล้างจานอ่อน ๆ มาเช็ดแต่ละชั้น แล้วจากนั้นให้เช็ดซ้ำด้วยน้ำเปล่าอีกครั้ง ซึ่งวิธีการทำความสะอาดแบบนี้จะช่วยลดการสะสมของคราบสกปรก และลดกลิ่นอับของอาหารได้นั่นเอง

4. ทำอาหารให้พอทาน

ปิดท้ายกันด้วยการทำอาหารกินเองที่บ้าน จะช่วยในเรื่องการควบคุมปริมาณอาหารให้พอดีกับสมาชิกในบ้านได้ เพื่อไม่ให้เหลือทิ้งมากจนเกินไป และยังช่วยลดการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เช่น ถุงพลาสติก จาน ช้อน ภาชนะพลาสติก กระป๋องหรือกล่องโฟม และภาชนะอาหารแปรรูปต่าง ๆ เช่น อาหารแช่แข็ง อาหารสำเร็จรูป อาหารพร้อมทาน รวมไปถึงการสั่งแบบเดลิเวอรี และควนตักอาหารให้พอดีกับความต้องการของตัวเองด้วย

ทำอาหารให้พอทาน

ทั้งหมดนี้คือ 4 วิธีง่าย ๆ ช่วยลดขยะอาหารภายในบ้าน ที่เรานำมาฝากทุกคนในวันนี้ เป็นเทคนิควิธีเพื่อช่วยให้คุณสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิม ๆ แล้วมาเริ่มพฤติกรรมใหม่เพื่อที่จะช่วยให้ลดปริมาณขยะอาหารเหล่านั้นภายในบ้านของเราลงได้ อีกทั้งการลดขยะอาหารต่าง ๆ ยังเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะช่วยลดโลกร้อน พร้อมทำให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นเรามาร่วมมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกัน ช่วยกันคนละบ้าน เพียงเท่านี้ก็จะลดขยะ ลดโลกร้อน แล้วเราก็จะใช้ชีวิตสบายขึ้นนั่นเอง